บทความ

      ล่าสุดรถโฟล์คเต่าประกาศจะปิดตัวลงปลายปี2019 อันเนื่องมาจากยอดจำหน่ายลดลงและผลของdisruption technology        disruption technology คือเมื่อโลกเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วจนทดแทนเทคโนโลยีเก่าได้และเลิกใช้ในที่สุดมีผลกระทบกับธุรกิจคือเมื่อธุรกิจเทคโนโลยีมีการแข่งขันและเทคโนโลยียังไม่ได้ปรับตัวจากการแข่งขันที่รุนแรงจนธุรกิจล้าหลังปรับตัวไม่ทันและเจ๊งไปในที่สุดจากอุทาหรณ์ของโฟล์คเต่านี้         และเพื่อให้ทันคู่แข่งเราจึงต้องปรับตัวการปรับตัวของธุรกิจนั้นมีวิธีคือ  รู้เขา– รู้ว่ากระแสโลกในปัจจุบัน รู้เรา – รู้สิ่งที่ตนเองขาดเพือที่จะพัฒนาตัวเองให้กว้างไกล ทันเทคโนโลยี – สามารถนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยที่สุดนำไปใช้ในธุรกิจของตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด       ปรับความความคิดและทัศนคติที่ดีในการทำงานวันนี้เพื่อที่จะดำรงอยู่ได้ตามกระแสโลกได้อย่างทันท่วงที

Read

นิสัยแบบนี้ คุณจะเก็บเงินอยู่มั้ย?          “เคยสงสัยมั้ย แค่กลางเดือนเองทำไมเงินหายไปไหนหมด?” คำตอบนั้นอยู่ที่นิสัยการใช้เงินของคุณเอง โดยที่คุณอาจไม่รู้ตัวมาก่อนด้วยซ้ำ เรามาวิเคราะห์กันด้วยแบบสอบถามนี้ (เพื่อให้ผลการทดสอบแม่นยำ กรุณาเลือกข้อที่ตรงกับตัวเองมากที่สุดนะครับ)  😊           1. คุณไปเจอกางเกงขายาวเข้ารูป เรียบหรูหรู ดูดี ออกแบบประณีต แต่เกินงบประมาณที่คุณวางไว้มากโข คุณจะ……?          ตรงดิ่งไปจ่ายเงินที่แคชเชียร์  รูดบัตรเครดิตทันที งานดีแบบนี้ไม่ได้มีบ่อยๆ (S)          แอบบ่นในใจ เสียดายจัง!  จากนั้นคุณก็มาส่องทุกวัน รอให้ร้านเอามา Sale  (H)          กัดฟันซื้อไปแล้ว…… และมาคิดได้ว่า “เสียดายเงิน” เพราะคุณไม่รู้จะใส่ไปงานไหน แล้ววันต่อมาคุณก็เอาไปคืน (A) 2. นิสัยการขับรถของคุณ          ขับด้วยความระมัดระวังรอบคอบเสมอ (H)          คุณขับรถเร็ว ข้างหน้าโล่งต้องได้ไป คุณไม่ชอบให้มีใครมาขวางทางหรือขับช้าๆแช่เลนส์ขวา (S)          คุณกังวลว่าเมื่อรถติดๆ คุณจะหาจังหวะเปลี่ยนเลนส์ไม่ได้ (A) 3. ยินดีด้วย!!! คุณได้รางวัลจากการเสี่ยงโชค ที่คุณเองก็คาดไม่ถึง คุณจะนำเงินนี้ไปทำอะไร?          รีบนำเงินเข้าไปลงทุนแบบไม่เสียภาษีทันที จากนั้นคุณก็ใช้ชีวิตตามปกติตามงบเดิมที่วางไว้ (H)          นำเงินจำนวนนี้ไปเป็นทุนในการเสี่ยงโชคครั้งใหม่ […]

Read

      สำหรับท่านที่ต้องการทำseo ขึ้นมามีจุดประสงค์ในการเผยแพร่บทความข่าวสารต่างๆตามที่อยู่ในโลกออนไลน์ไม่ว่าจะเป็นการทำpersonal branding หรือขายสินค้า        seo เป็นอีกช่องทางหนึ่งในการทำการโฆษณาซึ่งสามารถตั้งงบประมาณเองได้รวมถึงระบุกลุ่มเป้าหมายให้ชัดเจนเป็นประโยชน์อย่างมากในการpromote แบรนด์สินค้าของเรา        สำหรับท่านที่อยากทำSEO จะต้องมีองค์ประกอบอะไรบ้างมีดังนี้ website       เว็บไซต์คือที่ระบุที่อยู่ของเราสำหรับบางท่านอาจจะอาจจะไปขอใช้เว็บไซต์สำเร็จรูปหรือใช้โซเชียลมีเดียก็ได้เหมือนกัน        เว็บไซด์ที่ดี เรียบเรียงหน้าให้ดูเป็นระเบียบ ใช้สีเรียบง่ายดูสบายตา ตัวอักษรชัดเจน และทำให้โหลดเร็ว ads       การประกาศโฆษณาเพื่อเพื่อเชิญชวนให้คนมาเยี่ยมเยียนที่อยู่ของเรา content        เป็นบทความที่เป็นผลงานของเราเพื่อให้บางสิ่งบางอย่างกับท่านผู้ชมเว็บไซด์ และได้รับความรู้และคุณค่าของบทความ หลังจากที่ได้อ่าน       บทความที่ดี ใช้ภาษาเข้าใจง่ายตรงกลุ่มผู้อ่าน เขียนกระชับ เข้าใจง่าย       สำหรับท่านที่สนใจด้านการทำการตลาดออนไลน์ สามารถติดต่อเราโดยกรอกแบบฟอร์มด้านล่างนี้ ทางทีมงานจะติดต่อกลับอย่างเร็วที่สุด

Read

“นักขาย” หากพูดถึงคำนี้ หลายคนอาจรู้สึกแหยง คิดว่าจะเอาอะไรมาตื้อขายฉันเนี่ย       หรือถ้าจะให้คุณเป็นนักขายเสียเอง คงรู้สึกว่าจะต้องไปตื้อ ง้อ ขอ ขาย เป็นใคร ก็คงไม่ชอบ เพื่อนสนิทหรือคนใกล้ชิด ก็คงหายหน้ากันไปเป็นแถบ ๆ       แต่เชื่อหรือไม่ ว่า “นักขายมืออาชีพ” เขาสามารถทำให้คุณซื้อสินค้าได้โดยที่คุณแทบไม่รู้ตัว และยังทำให้คุณกลับมาซื้อซ้ำแล้วซ้ำอีก โดยที่ไม่เสียความสัมพันธ์ ในทางกลับกัน กลับมีเพื่อนเพิ่มขึ้นอีกด้วย ในหลายวิธีการที่ว่านี้ ขอยก 4 ประเด็นสำคัญที่แนะนำไปปรับใช้กัน คือ 1.ทัศนคติของนักขายมืออาชีพ       ทัศนคติที่จะทำให้เราเปิดและปิดการขายได้อย่างเป็นธรรมชาติและมีประสิทธิภาพ คือการที่เราคิดไว้เสมอว่าเราคือ “ผู้ให้” และ “จงห่วงใยมากกว่าห่วงยอด” หากเรามีทัศนคติได้แบบนี้ เราจะรู้สึกไม่คาดหวัง แต่เปลี่ยนโฟกัสไปที่การนำสินค้าที่เรามี ไปช่วยแก้ปัญหาให้กับผู้คน แทนที่จะโฟกัสที่การจะเอาเงินจากเขามาได้อย่างไร 2.ทำความรู้จักคนให้เยอะมากพอ       นักขายที่ดีย่อมมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี แต่ไม่ใช่การที่มองคนเป็นยอดขายเสมอไป การที่เรารู้จักคนหลากหลายมีประโยชน์แน่นอน ไม่ทางตรงก็ทางอ้อม เราไม่รู้หรอกว่า คนที่มีโปรไฟล์ดูเหมือนจะไม่สามารถเป็นลูกค้าเราได้ แต่หากเรามีสายสัมพันธ์ที่ดีกับเขา อาจจะเกิดการบอกต่อนำไปสู่ลูกค้าที่นำยอดขายมหาศาลมาให้เราในอนาคตก็เป็นได้ และที่สำคัญคือ เมื่อเรามีฐานลูกค้าที่มากพอ เราจะไม่คาดหวังยอดขายจากลูกค้าเพียงไม่กี่คน 3.เข้าใจธรรมชาติของมนุษย์       มนุษย์มีการตีความสิ่งที่ประสบพบเจอแตกต่างกัน ต้องทำความเข้าใจว่า ถึงต่อให้เราเป็นคนดีมาก ๆ […]

Read

      มีหลายอาชีพ ที่สร้างเงินจากการมีทักษะการพูดที่เป็นเลิศ ไม่ว่าเป็น วิทยากรแบ่งปันความรู้, พิธีกรตามงานพิธีต่าง ๆ, นักขายที่ต้องสื่อสารถึงจุดเด่นของสินค้า ฯลฯ       แต่ถึงอย่างไร ก็ไม่ได้มีเพียงอาชีพที่ยกตัวอย่างข้างต้นเท่านั้น ที่สร้างรายได้จากการพูดได้เป็นกอบเป็นกำ       เพราะคงปฏิเสธไม่ได้ว่า ไม่ว่าจะอาชีพไหนก็ตาม หากสามารถสื่อสารได้อย่างมีประสิทธิภาพแล้วล่ะก็ โอกาสดีดีย่อมเข้ามาเสมอ       สำหรับบทความนี้ เราจะมาแบ่งปันในเรื่องของ องค์ประกอบที่สำคัญที่สุดในการพูดเพื่อสื่อสาร       เมื่อพูดถึงการสื่อสารแล้ว หลายท่านคงนึกถึง ทักษะการพูดเป็นอย่างแรก เพราะดูเหมือนจะเป็นทักษะที่ทำให้ผู้รับสารเข้าใจได้ง่ายที่สุด       แน่นอนว่า ถ้าหากจะพูดให้ผู้อื่นเข้าใจ คงไม่ใช่เรื่องยาก แต่การพูดอย่างมืออาชีพ พูดให้ดูน่าเชื่อถือ ก็มีองค์ประกอบอื่นร่วมด้วย       เราอาจเคยพบคนที่ “พูดเก่ง” แต่ไม่น่าฟัง หรือไม่น่าเชื่อถือ แต่ความสำคัญอยู่ที่การเลือกใช้คำพูดให้เหมาะสม       อ่านมาถึงตรงนี้ หลายท่านอาจเห็นความสำคัญของการเลือกใช้คำพูดแล้ว แต่เชื่อไหมว่า มีผลวิจัยออกมาว่า “คำพูดมีความสำคัญเพียง 7%” เท่านั้น “องค์ประกอบต่อมาคือน้ำเสียงที่น่าฟัง ซึ่งมีความสำคัญอยู่ที่ 38%“       นั่นหมายความว่า เราต้องใช้น้ำเสียงในการสื่ออารมณ์ตามเนื้อหาที่เราจะสื่อสาร ลองจินตนาการถึงภาพยนตร์หรือละครที่เราดู หากนักแสดงพูดด้วยน้ำเสียงโมโนโทน คงขาดอรรถรสน่าดู ส่วนองค์ประกอบที่สำคัญที่สุดในการพูดนั้นคือ ภาษากายหรือกิริยาท่าทาง “(Gesture) มีความสำคัญอยู่ที่ 55%“       เพราะว่าผู้อื่นมักประทับใจเราเมื่อแรกเห็น (first […]

Read

1.เน้นภาพสื่อเรื่องที่จะนำเสนอมากกว่าข้อมูลที่เป็นตัวหนังสือ 2.ทำเป็นกราฟหรือแผนภูมิสำหรับข้อมูลเชิงสถิติ 3.เรียบเรียงเรื่องราวให้น่าสนใจตั้งแต่การเริ่มต้นให้ตื่นเต้นเนื้อหากลมกลืนและสรุปจบให้จับใจ 4.ยกตัวอย่างสำหรับเนื้อหาที่ซับซ้อน 5.ใช้สื่อภาพเคลื่อนไหว(วีดีโอ) และดนตรีประกอบการนำเสนอ

Read

      วันนี้อาจารย์ชาญมีความรู้จากส่วนหนึ่งในคอร์ส “ก้าวแรกสู่วิทยากรมืออาชีพ” มาแบ่งปันครับ 1.ทำทั้ง ๆ ที่กลัว       ยิ่งกลัวยิ่งต้องทำ เพราะเมื่อเรายิ่งทำ ความกลัวจะลดลง จนกลายเป็นความชำนาญ แล้วเราจะเก่งขึ้นทุกครั้งที่ก้าวขึ้นเวทีครับ  2. ปรับทัศนคติที่มีต่อผู้ฟัง       ว่าเราคือผู้ให้ ข้อนี้สำคัญครับ หากเราคิดแต่ว่าเราจะพูดอย่างไรให้ตัวเราเองดูดี สารที่สื่อออกไปจะสื่อออกไปได้ไม่เต็มที่ จงจำไว้เสมอว่า “จะพูดอย่างไรให้ผู้อื่นได้ดี ไม่ใช่พูดให้ตัวเองดูดี”  3. ควบคุมสติ       โดยการกำหนดลมหายใจ การหายใจลึก ๆ ยาว ๆ ช่วยลดความประหม่าได้ ทำให้เรามีสติในการสื่อสารและเลือกใช้คำพูด จดจำเนื้อหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ 4. การใช้ eye contact       การใช้สายตามองไปยังผู้ฟังทั่วทั้งห้อง ทำให้ผู้ฟังรู้สึกมีส่วนร่วม และสนใจฟังเรามากขึ้น ส่งผลต่อความเป็นมืออาชีพของวิทยากร และยังเป็นบุคลิกภาพที่ดีอีกด้วย  5. ฝึกซ้อม ๆ ๆ       นับเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดเลยก็ว่าได้ ทักษะใดที่ขาดการฝึกซ้อม ย่อมยากที่จะเกิดความชำนาญ        สำหรับท่านที่มีความสนใจพัฒนาทักษะการพูดสามารถส่งข้อมูลเพื่อรับคำแนะนำจากทีมงานได้ช่องทางนี้

Read

ถ้าเชื่อว่าทุกสิ่งในโลกนี้ ไม่ใช่เหตุบังเอิญ เราได้พบกันจากบุญเก่า….. ที่ทำร่วมกันมา และจะได้อยู่ด้วย หรือ จากกันไป อยู่ที่บุญในปัจจุบัน…. ที่สร้างร่วมกัน แต่สุดท้าย ไม่ว่าจะช้าหรือเร็ว ก็ต้องจากกัน ไม่ว่าจะจากเป็น หรือจากตาย ก็ต้องจากกัน เมื่อได้มีโอกาสอยู่ด้วยกัน จงทำดีต่อกันไว้ให้มากๆ เพราะหนึ่งช่วงชีวิตคน มันไม่ได้ยาวเลย และสาเหตุที่พอได้มาอยู่ด้วยกันแล้ว การจะทำดีต่อกันกลายเป็นเรื่องยาก นั่นเพราะ…. 1.ความเคยชิน 2.ความคาดหวัง ความเคยชินจะทำให้เราเกรงใจเขาน้อยลง ส่วนความคาดหวัง จะทำให้เราไม่มองสิ่งที่เขาเป็น แต่มองเขาแบบที่เราอยากให้เขาเป็น คนสองคน คือคนสองคน เขาไม่ใช่เรา และเราก็ไม่ใช่เรา จงวางใจให้เป็นรักที่ปรารถนาดีต่อกัน มอบความซื่อสัตย์ไว้วางใจให้แก่กัน ให้เกียรติและเคารพในการตัดสินใจซึ่งกันและกัน สื่อสารกันในทางบวก และคอยให้กำลังใจกัน สร้างบุญปัจจุบันให้เสมอกัน ……..,……………………………………………… และเหนือสิ่งอื่นใด หากไม่มีใคร ก็ยังมีตัวเราที่รักคุณที่สุดอยู่นั่นเอง

Read

ตั้งแต่เด็กจนโต เราถูกสอนให้รับรู้ว่าเวลาเดินไปข้างหน้า เรามีวันเกิดเป็นวันเริ่มต้น แต่เราไม่เคยนึกถึงวันสุดท้ายที่เราจะมีชีวิตอยู่ที่นี่ ตารางกิจกรรมในแต่ละวันของเรา ไล่เรียงตั้งแต่ชั่วโมงแรกของวัน เราต่างนับว่าเวลาผ่านไปแล้ว กี่ชั่วโมง กี่นาที เพื่อที่จะผ่านไปในแต่ละวัน แน่นอน เป็นเรื่องปกติที่ทุกคนคุ้นชิน เรามีเวลา 24 ชั่วโมงเท่ากัน เราใช้เวลา 24 ชั่วโมงเท่ากัน บางครั้งเราก็ทำอะไรที่ดูเหมือนไร้่สาระ เพื่อฆ่าเวลา และรอคอยในสิ่งที่ยังไม่มาถึง เราถูกจัดเรียงการรับรู้ ให้รู้ว่าเวลาเดินไปข้างหน้า แต่เมื่อเราได้อยู่ในจุดที่อยู่ในสิ่งที่เราชื่นชอบและหลงใหล หรือเมื่อใครบางคนทีี่มีความหมายต่อชีวิตเรา กำลังจะจากไป เรากลับเสียดาย แทบจะขาดใจ และเริ่มนับเวลาที่เหลืออยู่ ใช่ นับเวลาที่เหลือ นี่คือจุดที่เวลานั้นเดินถอยหลัง แต่ทุกอย่างจะเริ่มต้นจากจุดนี้ การนับเวลาที่เหลืออยู่ เป็นการจัดเรียงการรับรู้ของเวลาขึ้นมาใหม่ เราลองกำหนด “เส้นตาย” ของสิ่งที่เราจะทำขึ้นมา แล้วเปลี่ยนเวลาที่มอง ว่าตอนนี้เราเหลือเวลาสำหรับงานสิ่งนี้ กี่ชั่วโมง กี่นาที ลองเริ่มจากสิ่งง่ายๆใกล้ตัว สิ่งที่เรารู้สึกว่าอยากทำ แต่ไม่ยอมลงมือทำสักที “การนับเวลาที่เหลืออยู่ เป็นการจัดเรียงการรับรู้ของเวลาขึ้นมาใหม่” ร่างกายและสมองเรานั้นฉลาดมาก และมันจะเลือกให้เราทำสิ่งที่คุ้นเคยอยู่แล้ว แล้วเราเองก็มักชอบทำสิ่งที่คุ้นเคยอยู่แล้ว การมองเวลาถอยหลัง เป็นการคิดจากอีกด้าน สมองจะรับรู้ว่ามีเส่้นตายกำหนดอยู่ในสิ่งที่เราทำ สมองจะนับเวลาที่เหลือ และคุณจะทราบได้เอง […]

Read

มนุษย์คือแหล่งผลิตพลังงานเคลื่อนที่ ตลอดวัน ตลอดเวลา และตลอดชีวิต พลังงานนี้มาจากไหน มาจากความนึกคิดของเรานั่นเอง ลองจินตนาการถึง มิติที่มนุษย์ไม่มีกายเนื้อ ถ้านึกไม่ออกลองนึกถึงมนุษย์ที่มีลำตัวโปร่งๆ ใสๆ ไม่มีเพศ และไม่ใช่การสื่อสารโดยการพูด ใช่ นั่นคือมิติทางพลังงาน เป็นมิติที่ไม่ได้ใช้ตารับรู้ เพราะถึงเราจะรู้ว่า ลม เป็นพลังงานอย่างหนึ่ง แต่เราก็มองไม่เห็น เว้นแต่ว่าลมนั้นมีกำลังมากและมีรูปแบบการหมุนที่แน่นอน เช่นลมพายุ ที่สามารถหอบทุกสิ่งทุกอย่างทำให้เราเห็นเป็นรูปร่างของพายุหมุน แต่อย่าลืมว่า เราไม่ได้เห็นตัวลมจริงๆอยู่ดี เราเห็นพลังของมันที่หอบเอาข้าวของต่างๆขึ้นไปตามแนวการหมุนของมันต่างหาก ดังนั้นการรับรู้ทางตาจึงมีข้อจำกัดที่ไม่สามารถรับรู้มิติทางพลังงานได้ มนุษย์ลำตัวใสๆนี้ เดินไปมาทั่วโลก ส่งคลื่นความคิดต่างๆออกมารอบตัว เมื่อไม่ต้องอาศัยการพูด จึงใช้การส่งคลื่นความคิดอย่างเดียว เอาล่ะ ทีนี้ เรานำกายหยาบกลับเข้ามาใส่ในมนุษย์เหล่านี้ แน่นอน หน้าตาเขาก็คือมนุษย์โลก เขาก็คือเรา เราก็คือเขานั่นเอง เราต่างไม่รู้ตัวว่าความคิดเราคือพลังงาน ที่สามารถส่งออกไปรอบๆตัวเรา มีผลต่อจักรวาลน้อยๆที่ล้อมรอบตัวเรา พลังงานในทางลบ ไม่ว่าจะเป็นความโกรธ เกลียด อาฆาต โทสะ โลภะ โมหะ เป็นพลังที่ฝังแรง ดึงดูดคู่แค้นคู่อาฆาตแต่ชาติปางไหน ไม่ว่าจะไกลแสนไกลก็ได้ดึงดูดเข้ามาเจอ ถ้าเรามองวิญญาณในมิติของพลังงาน เราจะไม่สงสัยการมีอยู่ของวิญญาณเลย เพราะวิญญาณแค่ไม่ได้มีกายหยาบ แต่เป็นพลังงานอย่างหนึ่ง […]

Read



error: Content is protected !!