เมื่อเวลาเดินถอยหลัง พลังของสิ่งที่เหลือ

Written by on 07/06/2018

ตั้งแต่เด็กจนโต เราถูกสอนให้รับรู้ว่าเวลาเดินไปข้างหน้า
เรามีวันเกิดเป็นวันเริ่มต้น แต่เราไม่เคยนึกถึงวันสุดท้ายที่เราจะมีชีวิตอยู่ที่นี่

ตารางกิจกรรมในแต่ละวันของเรา ไล่เรียงตั้งแต่ชั่วโมงแรกของวัน
เราต่างนับว่าเวลาผ่านไปแล้ว กี่ชั่วโมง กี่นาที
เพื่อที่จะผ่านไปในแต่ละวัน

แน่นอน เป็นเรื่องปกติที่ทุกคนคุ้นชิน

เรามีเวลา 24 ชั่วโมงเท่ากัน

เราใช้เวลา 24 ชั่วโมงเท่ากัน
บางครั้งเราก็ทำอะไรที่ดูเหมือนไร้่สาระ เพื่อฆ่าเวลา และรอคอยในสิ่งที่ยังไม่มาถึง
เราถูกจัดเรียงการรับรู้ ให้รู้ว่าเวลาเดินไปข้างหน้า

แต่เมื่อเราได้อยู่ในจุดที่อยู่ในสิ่งที่เราชื่นชอบและหลงใหล
หรือเมื่อใครบางคนทีี่มีความหมายต่อชีวิตเรา กำลังจะจากไป
เรากลับเสียดาย แทบจะขาดใจ และเริ่มนับเวลาที่เหลืออยู่

ใช่
นับเวลาที่เหลือ
นี่คือจุดที่เวลานั้นเดินถอยหลัง แต่ทุกอย่างจะเริ่มต้นจากจุดนี้

การนับเวลาที่เหลืออยู่ เป็นการจัดเรียงการรับรู้ของเวลาขึ้นมาใหม่

เราลองกำหนด “เส้นตาย” ของสิ่งที่เราจะทำขึ้นมา แล้วเปลี่ยนเวลาที่มอง ว่าตอนนี้เราเหลือเวลาสำหรับงานสิ่งนี้ กี่ชั่วโมง กี่นาที
ลองเริ่มจากสิ่งง่ายๆใกล้ตัว
สิ่งที่เรารู้สึกว่าอยากทำ แต่ไม่ยอมลงมือทำสักที


“การนับเวลาที่เหลืออยู่ เป็นการจัดเรียงการรับรู้ของเวลาขึ้นมาใหม่”


ร่างกายและสมองเรานั้นฉลาดมาก และมันจะเลือกให้เราทำสิ่งที่คุ้นเคยอยู่แล้ว แล้วเราเองก็มักชอบทำสิ่งที่คุ้นเคยอยู่แล้ว
การมองเวลาถอยหลัง เป็นการคิดจากอีกด้าน สมองจะรับรู้ว่ามีเส่้นตายกำหนดอยู่ในสิ่งที่เราทำ
สมองจะนับเวลาที่เหลือ และคุณจะทราบได้เอง ว่าจะจัดการสิ่งๆนั้นอย่างไร
เคล็ดลับคือ ต้องคิดว่าสิ่งนั้นจะคอขาดบาดตายมากถ้าทำไม่เสร็จ (คิดเล่นๆแต่ทรงพลังจริงนะ)

ทุกวินาทีที่เวลาเดินผ่านไป เราจะรู้สึกว่า มีวินาทีนี้แค่หนเดียว ถ้าผ่านวินาทีนี้ไป คุณจะกลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้อีก
ความรู้สึกที่ว่า เราจะต้องพรากจากสิ่งๆหนึ่งไป และกลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้ เป็นความรู้สึกที่ยิ่งใหญ่และทรงพลังมาก

มากแค่ไหน อยากให้ลองนำไปใช้ดู


บทส่งท้าย
เราไม่ได้เป็นนักวิชาการ หรืออะไรที่ยากๆเกินเข้าใจ แค่ชอบอ่านหนังสือที่คนเขาไม่อ่านกัน ^^”
เราปิ๊งไอเดียนี้ขณะที่กำลังออกกำลังกายด้วยเครื่องเดินวงรีที่บ้าน ซึ่งใครๆก็รู้ว่าเจ้าเครื่องนี้มันน่าเบื่อแค่ไหน แต่มันก็คือฮีโร่ในยามที่ฝนตกและออกไปวิ่งที่สวนสาธาณะไม่ได้
เราตั้งโหมดนับเวลาถอยหลัง และฟังเพลงที่ชอบแล้วร้องตามไปด้วย หนึ่งในเพลงสร้างแรงบันดาลใจ เพลงโปรดตลอดกาลคือ เพลงของ Avicii – Waiting For Love แล้วก็มีแรงฮึดขึ้นมามหาศาล เมื่อเวลาเหลือน้อยลง เราก็ฟังเพลงโปรดได้น้อยลง เราก็จะยิ่งเต็มที่กับมัน เพราะรู้สึกว่าถ้าผ่านจากตรงนี้ไป เราจะกลับแก้ไขอะไรไม่ได้อีก นี่เป็น entry แรก บลอกแรกของเรา เรื่องที่เล่ามันอาจจะธรรมดามากสำหรับคนที่รู้อยู่แล้ว แต่เชื่อว่าน่าจะเป็นประโยชน์สำหรับใครอีกหลายคน

เราไม่ใช่คอนิยาย แนวแต่งกลอนพอได้ถ้าอินเนอร์มันมา
ถ้าอินเนอร์มันมา มันก็มาของมันเองแหละ เราก็แค่ถ่ายทอดมันออกมา

บลอกนี้เราเป็นคนเขียนและกลั่นกรองเอง ไม่ได้ลอกใครมา แต่ถ้าบังเอิญมันจะไปซ้ำกับนักเขียนท่านใดก็ขออภัย ใจเราคงตรงกัน
สเตตัสที่เราตั้งในเฟซบุค ถ้าเห็นเราไปคอมเม้นท์ในสเตตัสนั้นเกิน 3 คอมเม้นท์ แสดงว่าอันนั้นสำคัญมากจริงๆ ส่วนใหญ่ก็ตั้งสเตตัสแล้วทิ้งเอาไว้เฉยๆ

พบกันในวันที่อยากพบกัน สวัสดี


Tagged as , , , , , , , , ,



Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *